อาหารฟิลิปปินส์

เขียนโดย: ornorn ใน อาหารและโภชนาการ

ornorn

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปทานอาหารที่บ้านพักของคุณครูชาวฟิลิปปินส์ ก็คุ้นเคยกันพอสมควรเลย ขอให้คุณครูลองทำอาหารฟิลิปปินส์ให้ทานบ้าง เพราะจะว่าไปเราแทบไม่รู้จักคุ้นเคยกับประเทศฟิลิปปินส์เลย นอกจากทราบว่าคนฟิลิปปินส์รูปร่างหน้าตาคล้ายคนไทยมากที่สุด  เป็นประเทศที่ประกอบไปด้วยเกาะจำนวนมาก รู้จักผู้นำประเทศที่โด่งดัง เช่น มาร์กอส อาควิโน และสำหรับคอกีฬาหมัดมวยก็ต้องรู้จัก แมนนี่ ปาเกียว นักชกชาวฟิลิปปินส์ ที่เก่งมาก และคนฟิลิปปินส์ชื่นชอบมาก ทั้งฝีมือการชกและความคิดที่ดีในการรับใช้ชาติของเขา ซึ่งเร็วๆนี้ อาจเห็นเขาเข้าสู่เวทีการเมือง

 

 


วันที่ไปคุณครูก็มีแขกไม่มาก จะว่าไปก็มีแต่โขยงของเรา(ผู้ใหญ่ 1 เด็ก 3) นี่แหล่ะ ส่วนอีกครอบครัวก็มาสองคน นอกนั้นติดธุระกัน พอไปถึงก็ต๊กกะใจ โอ้โห นี่เลี้ยงแขกกี่คนค้าเนี่ยยยย..คุณครู แค่หมูหันตัวเดียวก็กินกันไม่ไหวแล้ว  อ้อ ลืมบอก สมาชิกที่บ้านคุณครูก็มี 5 คน ก็เป็นชาวฟิลิปปินส์หมด เห็นอาหารเลยถามคุณครูว่าปกตินี่ทานแบบนี้รึปล่าว เพราะจริงๆ เราอยากลองทานอาหารแบบทั่วๆ ไปที่เขากินกันทุกวัน เหมือนกับข้าวของเราทั่วๆ ไป  คุณครูบอกว่านี่เป็นอาหารสำหรับโอกาสพิเศษ บุคคลพิเศษ งานวันเกิด หรือคริสต์มาส อะไรทำนองนี้   ซึ่งเราก็เห็นด้วยนะว่ามันต้องเป็นโอกาสพิเศษแหล่ะ ถึงจะทำอาหารขนาดนี้ โห... หมูขนาดเขื่องๆ นั่งหมุนกันทั้งวันกว่าจะสุกแห้ง   เอาล่ะพิเศษหรือธรรมดาก็โอเคค่ะ

 

อาหารจานแรก แน่นอนจะเป็นอื่นใดไม่ได้ นอกจากพระเอก(หรือว่านางเอกก็ไม่รู้ ลืมดู อิอิ.. ) คือเจ้าหมูย่างหรือหมูหันตัวเกรียมสวยตัวนี้นี    สีสันน่ากินกินมากกก  หนังหมูก็กรอบได้ใจ เวลาทานก็ใช้มีดหั่นหนังกรอบๆ ออกเป็นแผ่นๆ เวลาเคี้ยวงี้ ดังกรุบๆ กรอบมาก กินเพลิน ส่วนรสชาติก็เหมือนหมูย่างทั่วไป ไม่ได้มีรสเกลือหรือกระเทียมพริกไทยเหมือนบ้านเรา และจะไม่หวานเหมือนหมูย่างเมืองตรัง ซึ่งจะมีกลิ่นหอมๆ และค่อนข้างหวาน   แต่ตัวนี้รสชาติแบบไม่ปรุงแต่งอะไร  ส่วนเนื้อก็เอามีดแล่ออกมาทาน จะทานเปล่าๆ หรือจิ้มซอสก็ได้ คุณครูก็เตรียมซอสไว้ให้จิ้มสองอย่างคือ แบบมายองเนสผสมซอสมะเขือเทศ อันนี้เดาเอาเองนะ จากหน้าตาและรสชาติ  และอีกถ้วยคือน้ำส้มสายชูผสมน้ำเปล่าหน่อยแล้วบุบกระเทียมลงไป  ก็จะได้รสชาติเปรี้ยวๆ ใสๆ  แก้เลี่ยนดี คล้ายพริกน้ำส้มแต่ไม่มีพริก    แต่จะว่าไป ถ้าตำน้ำจิ้มแบบไทยๆ มาซักหน่อยนะ  แซ่บค่ะ!!




อ้อ เจ้าหมูย่างหรือหมูหันตัวนี้ คุณครูบอกว่าภาษาฟิลิปปินส์เรียกว่า "ลิททึน" อันนี้จำเอา ก็ถอดเสียงได้ประมาณนี้ 5555    และอีกอย่างคือในพุงเจ้าหมูซึ่งเอาเครื่องในออกหมดแล้วเนี่ยก็ยัดใส้ด้วย ตะไคร้มัด เหมือนที่เรายัดพุงปลาแล้วย่างหรือนึ่งนั่นแหล่ะ แล้วก็มีหัวหอม แล้วก็อะไรอีกจำไม่ได้ ลืมถ่ายรูปอีกต่างหาก   แต่ที่แน่ๆ ไม่น่าจะมีพวกพริกไทย เครื่องเทศแบบไทยๆ เพราะคุณครูบอกว่าที่ฟิลิปปินส์ไม่ค่อยใส่เครื่องเทศที่มันสุดแสนจะสไปซี่แบบของไทยเราหรอก แต่ไม่ใช่ประเทศเขาจะไม่มีนะ  มีค่ะ แต่ไม่ได้ใช้มากเหมือนไทยเรา



อาหาร จานต่อมาก็หน้าตาอย่างที่เห็นในภาพ ก็เลยเขี่ยๆ ดูว่ามันคืออะไร ดูไปดูมาก็เห็นว่ามันคือตับและพวกเครื่องในต่างๆ ซึ่งคงเอามาจากในตัวหมูทำความสะอาด แล้วเอามาผัดใส่หอมใหญ่ พริกหยวกและขิงนิดหน่อย  ลองทานดูก็ได้รสชาติผัดขิงของไทยเรานี่เองค่ะ แต่โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบกลิ่นตับ จานนี้เลยทานได้นิดหน่อย  แต่ถ้าเอาตับกับเครื่องในพวกนี้มาทำเป็นลาบล่ะก้อ สู้ตายค่ะ!!

 


มาต่อกับอาหารอีกอย่าง ซึ่งหน้าตาคุ้นเคยมาก เพราะว่าเหมือนขาหมูบ้านเรา  ซึ่งก็เป็นขาหมูจริงๆ  ส่วนชื่อภาษาฟิลิปปินส์ ก็ เอ่อ.... ลืมอีกเหมือนกัน (แล้วจะบอกเพื่อ ?)  ลองตักๆ ดูว่ามันเป็นยังไง ใส่อะไรบ้าง เพราะเห็นเป็นเม็ดดำๆ เปื่อยๆ  คล้าย กับเม็ดเต้าเจี้ยว แต่ใหญ่กว่า เต็มไปหมด ทีแรกยังไม่กล้ากิน เพราะไม่รู้ว่ามันคืออะไร เป็นเต้าเจี้ยว หรือ เครื่องเทศอะไรของเขารึปล่าว เลยถามว่า  What’s  is  it?  คุณครูก็บอกว่า ดราย อะไรซักอย่าง ฟังแล้วก็ยังงง อะไรวะ ดรายๆ  (คือภาษาไม่แข็งแรงทั้งคู่ ครูไม่แข็งแรงภาษาไทย แขกไทยก็ไม่แข็งแรงภาษาอังกฤษ 555)   จนสุดท้ายลูกชายคุณครู ซึ่งเรียนอยู่เมืองไทยไม่กี่ปี พูดไทยได้คล่องปรื่อ (ด่าไทยยังคล่องเลยค้า...  ) บอกว่ามันคือ ลูกเกด    โอ้ววว  ไอซี  มันคือ ดรายเกรฟ (องุ่นแห้ง) นั่นเองงง...  ทำไมคุณครูไม่บอกว่า raisin ล่ะคะ จะได้เก็ท  (อิอิ  กระแดะไปนู่นนน)  ตานี้ก็เลยกินใหญ่เลย รสชาติหวานมีเปรี้ยวนิดหน่อย เพราะเขาใส่น้ำสับปะรดและหั่นสับปะรดเป็นชิ้นๆ ลงไปด้วย  เลยได้รสหวานจากสับปะรดกับลูกเกด  จะว่าไปรสชาติจะเหมือนกับผัดเปรี้ยวหวานแบบเข้มข้นนั่นแหล่ะค่ะ   จานนี้กินง่ายหน่อย คุ้นลิ้นคนไทย(อย่างอิฉัน)

 



หลัง จากอาหารคาวเสร็จ ก็มีอาหารหวานหนึ่งอย่าง ดูจากหน้าตาขนมหวานนี้มันช่างเหมือนกันกับข้าวเหนียวแดงหรือว่าข้าวเหนียว แก้วของบ้านเราจริงๆ ค่ะ แต่ที่โรยหน้ามากลับไม่ใช่งา แต่เป็นเป็นก้อนเล็กๆ สีน้ำตาลครีมๆ โรยหน้ามา อย่างในรูปนั่นแหล่ะค่ะ แตะดูก็เนื้อนิ่มๆ  ชิมดู ก็ได้รสมันๆจืดๆ สรุปมันคือกะทิที่เคี่ยวจนจับกันเป็นก้อนๆ   ส่วนตัวขนมเป็นข้าวเหนี่ยวดำ ก็กวนกับกะทิและน้ำตาล  เหมือน ข้าวเหนียวแก้วบ้านเรา แต่ชิมแล้ว มันกว่า หวานน้อยกว่า ขนมเราจะหวานมันเข้มข้นและแข็งกว่านี้หน่อย ซึ่งไม่รู้ว่าเขากวนนานจนนิ่มเป็นเอกลักษณ์ของขนมชาติเขาหรือว่าเป็นข้าว เหนี่ยวใหม่ อันนี้ไม่ทราบ   จนใจจะถาม - -"

 


เมนูอาหารวันนี้นอกเหนือจากบรรดากับข้าวซึ่งทานกับข้าวสวยแล้ว  ก็ยังมีมันเทศต้ม เผือกต้ม หั่นเป็นแว่นชิ้นอวบๆ โตๆ  มา ในเมนูวันนี้ด้วย ถามลูกชายคุณครูดูว่า มันกับเผือกนี้เขามีในเมนูประจำหรือว่ายังไง เพราะเราไม่คุ้นกับการกินเผือกกินมันกับข้าวหรือในมื้ออาหาร นอกจากจะทานเล่น  จะว่าเป็นผลไม้หลังอาหารก็ไม่น่าใช่ เพราะผลไม้ก็มีอยู่แล้ว  หนุ่มน้อยก็บอกว่ามีอย่างนี้ทุกมือ  ก็คือจะทานข้าวหรือมันหรือเผือกก็แล้วแต่ ตามใจ ไม่ทานก็ไม่ผิดกติกาอะไร  วันนั้นก็เลยซัดมันเทศกับเผือกไปอย่างละชิ้น จุกแอ๊ก..!

 อาหารฟิลิปปินส์ที่ได้ลองทานวันนี้ รสชาติ หน้าตาหรือส่วนประกอบอาหาร ก็จะคล้ายๆ กับอาหารไทย แต่รสชาติจะอ่อนกว่าและค่อนไปทางหวาน  ทานได้ไม่มากเพราะขาดรสชาติจัดจ้านเผ็ดร้อนแบบที่เราคุ้นเคย  แต่ก็อิ่มนะคะ เพราะมันกับเผือกนั่นแหล่ะค่ะ!!   ถามลูกชายคุณครูซึ่งมาเรียนอยู่ในเมืองไทยนานพอสมควรว่าชอบอาหารของชาติไหนมากกว่าระหว่างฟิลิปปินส์กับไทย  หนุ่ม น้อยฟิลิปปินโนบอกว่า ชอบอาหารฟิลิปปินส์มากกว่า ทำเอาแขกไทยน้อยใจว่าส้มตำหรือต้มยำกุ้งก็ไม่สามารถทำให้หนุ่มน้อยลืมรสชาติ อาหารแห่งมาตุภูมิได้เลย

 การ ได้มาทานอาหารกับคุณครูฟิลิปปินส์วันนี้ ถือเป็นโอกาสอันดี ที่ได้ลองทานอาหารของชาติอื่นดูบ้าง นอกเหนือจากอาหารต่างชาติอื่นๆ ที่เราคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็น แม็คโดนัลด์ ขาหมูเยอรมัน ไก่เคเอฟซี  พิซซ่า  ชูชิ หรือ  เฟรนช์ฟราย ต่างๆ เหล่านี้ แต่อาหารฟิลิปปินส์เราแทบไม่รู้จักหรือคุ้นเคยเลย    ซึ่งนอกเหนือจากการเรียนรู้ผ่านการอ่านหนังสือ ดูทีวีหรือสารคดีแล้ว  การ ได้รู้จัก พูดคุย กับชาวต่างชาติถือว่าเป็นการเรียนรู้ถึงวิธีคิด ความรู้สึก ของผู้คนในประเทศต่างๆ อีกอย่างหนึ่ง หรือแม้แต่การได้ทานอาหารต่างชาติ ก็เป็นการเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวต่างชาติได้อย่างดีทีเดียว

 แต่คุณครูขา  คราวหน้าขอแบบแซ่บๆ บ้างนะคะ  Pleaseeee……