ความเป็นมาของการศึกษาไทยและวิวัฒนาการการศึกษาปฐมวัยของตะวันตก

เขียนโดย: Momvava Phansri ใน การศึกษา

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

Momvava Phansri

ประวัติ และความเป็นมาของการศึกษาปฐมวัย กับวิวัฒนาการทางการศึกษาตะวันตก

              "การพัฒนาคนให้เป็นกำลังชองชาติ ที่มีประสิทธิภาพก็เป็นเรื่องควรทำวิธีการสร้างคนให้ดีที่สุด คือการให้การศึกษา" พระราชดำริ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 

เกี่ยวกับการศึกษาระดับก่อนประถมของไทยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีโครงการในพระราชดำริการจัดตั้งศูนย์เด็กปฐมวัย มีความสำคัญ ๒ ประการ ๑) เพื่อช่วยอบรมเลี้ยงดูเด็กกำพร้าจากมูลนิธิต่างๆ ๒) เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชบริพาน และข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณพระบรมราชวัง สำหรับในชนบทมีโครงการอาหารกลางวัน

การศึกษาระดับอนุบาลของไทยมี ๔ สมัย เริ่มจากสมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา ธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์

แบ่งเป็น ๕ ยุค

ยุคที่ ๑ การศึกษาก่อนมีโรงเรียนเกิดขึ้นที่วัด มีพระสงค์เป็นครู ไม่มีหลักสูตรการสอน ไม่มีกำหนดเวลาเรียน การศึกษาในยุคนี้จัดให้กับเด็กผู้ชายเท่านั้น เด็กผู้หญิง(เป็นผู้มีฐานะดีและเชื้อพระวงศ์)จะอยู่ในรั้วในวัง
เด็กนักเรียนจำแนกได้เป็น ๓ ประเภท ได้แก่ พระ สามเณร นักเรียนที่(เป็นผู้มีฐานะ)เป็นศิษย์วัดจะเดินทางไปกลับ
อายุของนักเรียนรับตั้งแต่ ๗-๘ ปีเป็นต้นไป
วิธีการเรียน
-เรียนแบบท่องจำไม่มีตำราเรียน
-ไม่มีการบันทึกวิชาที่เรียนไว้เป็นหลักฐานหนังสือ(บอกเล่าปากต่อปาก)
การจัดการศึกษาปฐมวัยก่อนมีระบบโรงเรียน ดังนี้
-มีการจัดการศึกษาให้กับบุตรของเจ้านาน และเชื้อพระวงศ์
-จัดการศึกษาสำหรับผู้มีฐานะดี(ข้าราชบริพาน)
-สำหรับบุคคลธรรมทั่วไปที่มีฐานะเรียนที่วัดสำหรับเด็กผู้ชาย
ยุคที่ ๒ การปฐมวัยศึกษาในโรงเรียนเริ่มมีขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๓๕-๒๔๓๖
  จัดตั้งในรูปแบบของโรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนราชกุมาร และโรงเรียนราชกุมารี
  วิธีการสอน
๑. ส่งเสริมให้เด็กอยากเรียนรู้
๒.สอนแบบเรียนปนเล่น
๓. สนับสนุนให้เด็กทำกิจกรรมด้วยตนเอง
  วิชาที่สอน 
-อ่าน
-เขียน
-คิดเลข
จัดตั้งในรูปแบบของสถานเลี้ยงเด็กโรงเลี้ยงเด็ก ซึ่งพระอัครชายาเธอพระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมขุนสุทธาสินีนาฎ พระอัครชายาใน รัชกาลที่ 5เป็นผู้ให้กำเนิดโดยมีกรมหมื่นดำรงราชานุภาพเป็นผู้อำนวยการคนแรก
จุดประสงค์ในการจัดตั้ง
๑. เพื่อให้การดูแลเรื่องอาหาร การหลับนอนสุขภาพและการศึกษาสำหรับเด็กกำพร้า ยากจน เด็กจรจัด

๒.ฝึกอบรมมารยาท และการเรียนหนังสือ การเล่น การร้องรำทำเพลง

เกณฑ์การรับเด็ก

-         รับเลี้ยงเด็กชายเด็กหญิงที่พ่อแม่ยากจน

-         เด็กหญิงอายุไม่เกิน ๑๑ ปี

-         เด็กชายอายุไม่เกิน ๑๓ ปี

-          การอบรมเลี้ยงดูเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกิน การสอนสุขภาพ เรียนหนังสือ ฝึกอาชีพ และหางานให้ทำ

-         บิดามารดาต้องทำสัญญายกเด็กให้เป็นสิทธฺของโรงเลี้ยงเด็กจนกว่าเด็กจะประกอบอาชีพได้ เว้นเสียแต่ผู้เลี้ยงจะเห็นสมควรอนุญาตให้กลับไปได้

ยุคที่ ๓ การปฐมวัยสมัยมีระบบโรงเรียน

มีโครงการศึกษาชาติ พศ. ๒๔๔๑

-         ชั้นมูลศึกษาเป็นการศึกษาเบี้ยงต้นเทียบได้กับปฐมวัยศึกษา แบ่งออกเป็น

1.      โรงเรียนบุรพบท(อายุ ๗ ปี)จุดมุ่งหมายเพื่อฝึกหัดให้มีความรอบรู้เมื่อเข้าเรียนโรงเรียนประถม

2.      โรงเรียน กข.นโม รับผู้เรียนไม่จำกัดอายุ ให้เรียนการเขียน

3.      โรงเรียน Kindergaden วิชาที่เรียน อ่าน คัด คำนวณ ใช้วัด บ้านในการเรียนการสอน ไม่มีหลักสูตร (หลักการเหมือนร.ร. นโม)

โครงการศึกษาชาต พศ. ๒๔๔๕-๒๔๕๐ ,๒๔๕๒-๒๔๕๖

๒๔๔๕ ได้รับอิทธิพลทางการศึกษาจากประเทศญี่ปุ่น เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่นเทพหัสดิน ณ อยุธยา)พระญาอนุกิจวิธูณ นำเอาหละกสูตรญี่ปุ่นมาดัดแปลง

-กำหนดให้มีการศึกษาเบื้องต้นเรียกว่าประโยคมูลศึกษา

-กำหนดให้มีการสอบไล่ประโยคมูลศึกษา

-กำหนดวิชาเรียน อ่าน เขียน เรียนเลข

พ.ศ.๒๔๕๐

- กำหนดให้โรงเรียนที่ไม่มีชั้นมูลศึกษากำหนดให้จัดชั้นเรียนเพิ่มอีก ๑ ชั้น

ฑ.ศ. ๒๔๕๒

-ประกาศใช้หลักสูตรมูลศึกษา กำหนดเวลาเรียน๒-๓ ปี

-กำหนดอายุเด็กเข้าเรียน ๗-๙ ปี

-กำหนดวิชาเรียนภาษาไทย มารยาท ให้มีวิชาเลือก ได้แก่ ศิลปะ วาดเขียน ขับร้อง

ยุคที่ ๔ การปฐมวัยศึกษาสมัยก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการปฐมวัยศึกษา

-         เปลี่ยนชั้นมูลศึกษาเป็นชั้นอนุบาล ตามแนวคิดของ Froebel Montessori<1964>ตรงกับสมัยของรัชการที่๕

การจัดการศึกษาในรูปของอนุบาล

-โรงเรียนราษฎร์ที่เปิดแผนกอนุบาล คือ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย(๒๔๕๔) จัดการเรียนการสอนตามแนวคิดของ Froebel ดำเนินการสอน โดย Miss Enna ssana cold

-โรงเรียนราชินี ๑ เมษายน ๒๔๖๖ เป็นโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกที่ดำเนินงานโดยคนไทย (หม่อมเจ้าพิจิตรจิรภา เทวกุล) สอนตามแนวคิดของ Froebel, Montessori

3 โรงเรียนมาแตร์ เดอี ๒๔๗๐ สอนตามคิดของ  Froebel,

พรบ. ฉบับแรกกับการศึกษาปฐมวัยศึกษา

๑.     กำหนดพระราชบัญญัติโรงเรียนราฎร์ ประกาศใช้วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๖๑ (รัชการที่ ๖) มุ่งประสงค์การเลี้ยงดูเด็กอ่อนเป็นสำคัญ และสอนให้เด็กรู้อ่าน รู้เขียนได้

๒.ตั้งโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของรัฐ

- เตรียมการจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ(พ.ศ.๒๔๘๐-๒๔๘๒) ส่งครูไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น

-นางจิตรา ทองแถม ณ อยุธยา

-นางสาว สมถวิล  สวยสำอาง

-นางสาวจรัสวดี  วรรณโกวิท

นางสาวเอื้อนทิพย์ วินิจฉัยกุล

นางสาวเบญจา ตุงคะสิริ(แสงมะลิ)

-การเปิดโรงเรียนอนุบาล

โรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของรัฐ โรงเรียนละอออุทิศ (๒ กันยายน ๒๔๘๓)

ปีพศ ๒๔๘๓ -๒๔๘๔ กระทรวงศึกษาธิการ จัดตั้ง “โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศขึ้นด้วยเงินบริจาคของนางสาว ลออ หลิมเซ่งไถ่ วัตถุประสงค์ คือ ใช้เป็นโรงเรียนทดลอง เป็นโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของประเทศไทย ที่เปิดสอนมาแล้วกว่า 50 ปี และเป็นโรงเรียนที่รับเด็กการศึกษาพิเศษ (เด็กที่มีความพิการทางหู ตา และสมอง) ในระดับอนุบาล เพื่อให้ได้เรียนร่วมกับเด็กปกติทั่วไป (Leaning Disability หรือ L.D.) ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความสนใจ ความเข้าใจของประชาชนในชั้นอนุบาลศึกษา

การเรียนการสอนแบบเรียนปนเล่น(Play Way Method)

-การขยายโรงเรียนในในส่วนภูมิภาค

 ๒๔๘๕ จังหวัดนครราชสีมา
๒๔๘๖ จังหวัดชลบุรี ตาก อยุธยา ราชบุรี ลพบุรี สงขลา พิษณุโลก
๒๔๙๑ มีโรงเรียนอนุบาลทั้งหมด ๒๑ โรง
๑๕๒๑-ปัจจุบันมีประมณทั้งสิ้น ๔๒๓๐ โรง
ยุคที่ ๕ การศึกษาปฐมวัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๙ การจัดการศึกษามุ่งให้เด็กอ่านออกเขียนได้ ๒๔๙๔ การอนุบาลศึกษารับเด็กอายุ ๓-๗ ขวบ
๒๕๐๑-๑๕๒๑ ถึงการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน........

วิวัฒนาการทางการศึกษาปฐมวัยตะวันตก
Plato (เกิดขึ้นก่อนคศ. ๔๒๓-๓๓๔) นักปรัชญาเมธีชาวกรีก 
-          เลี้ยงเด็กแบบตามใจเด็กจะเจ้าอารมณ์
-          -เลี้ยงเด็กแบบโหดร้ายเด็กจะเคียดแค้น 
-          -เลี้ยงแบบทะนุถนอมอ่อนโยนเด็กจะแจ่มใสเบิกบาน
บทบาทของผู้ใหญ่
-          เห็นความสำคัญของการเลี้ยงแบบมีระเบียบวินัย
-          สอนให้เด็กเชื่อฟังคำสั่งสอนอย่างเข้มงวด
-          ไม่ส่งเสริมให้เด็กแสดงความคิดเห็น 
Aristotle  (ก่อนคศ.๓๘๔-๓๒๒)บิดาของทฤษฎีความสัมพันธ์ต่อเนื่อง
                -เชื่อว่าความรู้เกิดจากประสบการณ์
                -ประสาทสัมผัสทั้ง๕เป็นที่มาของประสบการณ์
คศ.๑๒๐๐ -ยุคเรเนสซองเป็นยุคที่เจริญสูงสุดในยุโรป
                -เด็กได้รับการยอมรับมากขึ้น
                -ศาสนามีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตเด็ก โบสถ์มีบทบาทในการจัดการศึกษา สวัสดิภาพให้กับเด็ก(คล้ายการศึกษาในยุคแรกๆของไทย)
                -เด็กชนชั้นสูงเท่านั้นที่ได้รับการศึกษา
                -ผู้ใหญ่มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อเด็กมองเด็กว่าไม่มีคุณค่า(Who sees a child sees notting)
                -เด็กจะถูกผู้ใหญ่ใช้งานเมื่อเห็นว่าเหมาะสม
                -บรรยากาศในโรงเรียนเป็นไปอย่างเข้มงวด
อิทธิพลจากฝรั่งเศส
                - มีการบันทึกพัฒนาการเด็กเป็นครั้งแรกโดยหมอซองค์(บันทึกพัฒนาการของพระเจ้าหลุยที่ ๑๘)
                -การทำงานเป็นหลักของชีวิต การเล่นเป็นกิจกรรมของเด็ก     -
John Amos Comunius (คศ.๑๕๙๒-๑๖๗๐)(พศ.๒๑๓๔-๒๒๑๔)
                -เกิดแนวคิดทางนวัตกรรมสำหรับเด็ก ทำรูปภาพประกอบหนังสือสำหรับเด็ก เล่มแรก
                -ตั้งโรงเรียนที่บ้าน ให้แม่ทำหน้าที่สอน (The mother’s school)