Text Size

เว็บบล็อก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1

แบ่งปันความคิด สร้างสังคมออนไลน์ด้วยงานขียนของคุณ
Category >> การศึกษา

ประวัติ และความเป็นมาของการศึกษาปฐมวัย กับวิวัฒนาการทางการศึกษาตะวันตก

              "การพัฒนาคนให้เป็นกำลังชองชาติ ที่มีประสิทธิภาพก็เป็นเรื่องควรทำวิธีการสร้างคนให้ดีที่สุด คือการให้การศึกษา" พระราชดำริ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 

เกี่ยวกับการศึกษาระดับก่อนประถมของไทยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีโครงการในพระราชดำริการจัดตั้งศูนย์เด็กปฐมวัย มีความสำคัญ ๒ ประการ ๑) เพื่อช่วยอบรมเลี้ยงดูเด็กกำพร้าจากมูลนิธิต่างๆ ๒) เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชบริพาน และข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณพระบรมราชวัง สำหรับในชนบทมีโครงการอาหารกลางวัน

การศึกษาระดับอนุบาลของไทยมี ๔ สมัย เริ่มจากสมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา ธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์

แบ่งเป็น ๕ ยุค

ยุคที่ ๑ การศึกษาก่อนมีโรงเรียนเกิดขึ้นที่วัด มีพระสงค์เป็นครู ไม่มีหลักสูตรการสอน ไม่มีกำหนดเวลาเรียน การศึกษาในยุคนี้จัดให้กับเด็กผู้ชายเท่านั้น เด็กผู้หญิง(เป็นผู้มีฐานะดีและเชื้อพระวงศ์)จะอยู่ในรั้วในวัง
เด็กนักเรียนจำแนกได้เป็น ๓ ประเภท ได้แก่ พระ สามเณร นักเรียนที่(เป็นผู้มีฐานะ)เป็นศิษย์วัดจะเดินทางไปกลับ
อายุของนักเรียนรับตั้งแต่ ๗-๘ ปีเป็นต้นไป
วิธีการเรียน
-เรียนแบบท่องจำไม่มีตำราเรียน
-ไม่มีการบันทึกวิชาที่เรียนไว้เป็นหลักฐานหนังสือ(บอกเล่าปากต่อปาก)
การจัดการศึกษาปฐมวัยก่อนมีระบบโรงเรียน ดังนี้
-มีการจัดการศึกษาให้กับบุตรของเจ้านาน และเชื้อพระวงศ์
-จัดการศึกษาสำหรับผู้มีฐานะดี(ข้าราชบริพาน)
-สำหรับบุคคลธรรมทั่วไปที่มีฐานะเรียนที่วัดสำหรับเด็กผู้ชาย
ยุคที่ ๒ การปฐมวัยศึกษาในโรงเรียนเริ่มมีขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๓๕-๒๔๓๖
  จัดตั้งในรูปแบบของโรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนราชกุมาร และโรงเรียนราชกุมารี
  วิธีการสอน
๑. ส่งเสริมให้เด็กอยากเรียนรู้
๒.สอนแบบเรียนปนเล่น
๓. สนับสนุนให้เด็กทำกิจกรรมด้วยตนเอง
  วิชาที่สอน 
-อ่าน
-เขียน
-คิดเลข
จัดตั้งในรูปแบบของสถานเลี้ยงเด็กโรงเลี้ยงเด็ก ซึ่งพระอัครชายาเธอพระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมขุนสุทธาสินีนาฎ พระอัครชายาใน รัชกาลที่ 5เป็นผู้ให้กำเนิดโดยมีกรมหมื่นดำรงราชานุภาพเป็นผู้อำนวยการคนแรก
จุดประสงค์ในการจัดตั้ง
๑. เพื่อให้การดูแลเรื่องอาหาร การหลับนอนสุขภาพและการศึกษาสำหรับเด็กกำพร้า ยากจน เด็กจรจัด

๒.ฝึกอบรมมารยาท และการเรียนหนังสือ การเล่น การร้องรำทำเพลง

เกณฑ์การรับเด็ก

-         รับเลี้ยงเด็กชายเด็กหญิงที่พ่อแม่ยากจน

-         เด็กหญิงอายุไม่เกิน ๑๑ ปี

-         เด็กชายอายุไม่เกิน ๑๓ ปี

-          การอบรมเลี้ยงดูเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกิน การสอนสุขภาพ เรียนหนังสือ ฝึกอาชีพ และหางานให้ทำ

-         บิดามารดาต้องทำสัญญายกเด็กให้เป็นสิทธฺของโรงเลี้ยงเด็กจนกว่าเด็กจะประกอบอาชีพได้ เว้นเสียแต่ผู้เลี้ยงจะเห็นสมควรอนุญาตให้กลับไปได้

ยุคที่ ๓ การปฐมวัยสมัยมีระบบโรงเรียน

มีโครงการศึกษาชาติ พศ. ๒๔๔๑

-         ชั้นมูลศึกษาเป็นการศึกษาเบี้ยงต้นเทียบได้กับปฐมวัยศึกษา แบ่งออกเป็น

1.      โรงเรียนบุรพบท(อายุ ๗ ปี)จุดมุ่งหมายเพื่อฝึกหัดให้มีความรอบรู้เมื่อเข้าเรียนโรงเรียนประถม

2.      โรงเรียน กข.นโม รับผู้เรียนไม่จำกัดอายุ ให้เรียนการเขียน

3.      โรงเรียน Kindergaden วิชาที่เรียน อ่าน คัด คำนวณ ใช้วัด บ้านในการเรียนการสอน ไม่มีหลักสูตร (หลักการเหมือนร.ร. นโม)

โครงการศึกษาชาต พศ. ๒๔๔๕-๒๔๕๐ ,๒๔๕๒-๒๔๕๖

๒๔๔๕ ได้รับอิทธิพลทางการศึกษาจากประเทศญี่ปุ่น เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่นเทพหัสดิน ณ อยุธยา)พระญาอนุกิจวิธูณ นำเอาหละกสูตรญี่ปุ่นมาดัดแปลง

-กำหนดให้มีการศึกษาเบื้องต้นเรียกว่าประโยคมูลศึกษา

-กำหนดให้มีการสอบไล่ประโยคมูลศึกษา

-กำหนดวิชาเรียน อ่าน เขียน เรียนเลข

พ.ศ.๒๔๕๐

- กำหนดให้โรงเรียนที่ไม่มีชั้นมูลศึกษากำหนดให้จัดชั้นเรียนเพิ่มอีก ๑ ชั้น

ฑ.ศ. ๒๔๕๒

-ประกาศใช้หลักสูตรมูลศึกษา กำหนดเวลาเรียน๒-๓ ปี

-กำหนดอายุเด็กเข้าเรียน ๗-๙ ปี

-กำหนดวิชาเรียนภาษาไทย มารยาท ให้มีวิชาเลือก ได้แก่ ศิลปะ วาดเขียน ขับร้อง

ยุคที่ ๔ การปฐมวัยศึกษาสมัยก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการปฐมวัยศึกษา

-         เปลี่ยนชั้นมูลศึกษาเป็นชั้นอนุบาล ตามแนวคิดของ Froebel Montessori<1964>ตรงกับสมัยของรัชการที่๕

การจัดการศึกษาในรูปของอนุบาล

-โรงเรียนราษฎร์ที่เปิดแผนกอนุบาล คือ โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย(๒๔๕๔) จัดการเรียนการสอนตามแนวคิดของ Froebel ดำเนินการสอน โดย Miss Enna ssana cold

-โรงเรียนราชินี ๑ เมษายน ๒๔๖๖ เป็นโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกที่ดำเนินงานโดยคนไทย (หม่อมเจ้าพิจิตรจิรภา เทวกุล) สอนตามแนวคิดของ Froebel, Montessori

3 โรงเรียนมาแตร์ เดอี ๒๔๗๐ สอนตามคิดของ  Froebel,

พรบ. ฉบับแรกกับการศึกษาปฐมวัยศึกษา

๑.     กำหนดพระราชบัญญัติโรงเรียนราฎร์ ประกาศใช้วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๖๑ (รัชการที่ ๖) มุ่งประสงค์การเลี้ยงดูเด็กอ่อนเป็นสำคัญ และสอนให้เด็กรู้อ่าน รู้เขียนได้

๒.ตั้งโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของรัฐ

- เตรียมการจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ(พ.ศ.๒๔๘๐-๒๔๘๒) ส่งครูไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น

-นางจิตรา ทองแถม ณ อยุธยา

-นางสาว สมถวิล  สวยสำอาง

-นางสาวจรัสวดี  วรรณโกวิท

นางสาวเอื้อนทิพย์ วินิจฉัยกุล

นางสาวเบญจา ตุงคะสิริ(แสงมะลิ)

-การเปิดโรงเรียนอนุบาล

โรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของรัฐ โรงเรียนละอออุทิศ (๒ กันยายน ๒๔๘๓)

ปีพศ ๒๔๘๓ -๒๔๘๔ กระทรวงศึกษาธิการ จัดตั้ง “โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศขึ้นด้วยเงินบริจาคของนางสาว ลออ หลิมเซ่งไถ่ วัตถุประสงค์ คือ ใช้เป็นโรงเรียนทดลอง เป็นโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของประเทศไทย ที่เปิดสอนมาแล้วกว่า 50 ปี และเป็นโรงเรียนที่รับเด็กการศึกษาพิเศษ (เด็กที่มีความพิการทางหู ตา และสมอง) ในระดับอนุบาล เพื่อให้ได้เรียนร่วมกับเด็กปกติทั่วไป (Leaning Disability หรือ L.D.) ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความสนใจ ความเข้าใจของประชาชนในชั้นอนุบาลศึกษา

การเรียนการสอนแบบเรียนปนเล่น(Play Way Method)

-การขยายโรงเรียนในในส่วนภูมิภาค

 ๒๔๘๕ จังหวัดนครราชสีมา
๒๔๘๖ จังหวัดชลบุรี ตาก อยุธยา ราชบุรี ลพบุรี สงขลา พิษณุโลก
๒๔๙๑ มีโรงเรียนอนุบาลทั้งหมด ๒๑ โรง
๑๕๒๑-ปัจจุบันมีประมณทั้งสิ้น ๔๒๓๐ โรง
ยุคที่ ๕ การศึกษาปฐมวัยหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๙ การจัดการศึกษามุ่งให้เด็กอ่านออกเขียนได้ ๒๔๙๔ การอนุบาลศึกษารับเด็กอายุ ๓-๗ ขวบ
๒๕๐๑-๑๕๒๑ ถึงการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน........

วิวัฒนาการทางการศึกษาปฐมวัยตะวันตก
Plato (เกิดขึ้นก่อนคศ. ๔๒๓-๓๓๔) นักปรัชญาเมธีชาวกรีก 
-          เลี้ยงเด็กแบบตามใจเด็กจะเจ้าอารมณ์
-          -เลี้ยงเด็กแบบโหดร้ายเด็กจะเคียดแค้น 
-          -เลี้ยงแบบทะนุถนอมอ่อนโยนเด็กจะแจ่มใสเบิกบาน
บทบาทของผู้ใหญ่
-          เห็นความสำคัญของการเลี้ยงแบบมีระเบียบวินัย
-          สอนให้เด็กเชื่อฟังคำสั่งสอนอย่างเข้มงวด
-          ไม่ส่งเสริมให้เด็กแสดงความคิดเห็น 
Aristotle  (ก่อนคศ.๓๘๔-๓๒๒)บิดาของทฤษฎีความสัมพันธ์ต่อเนื่อง
                -เชื่อว่าความรู้เกิดจากประสบการณ์
                -ประสาทสัมผัสทั้ง๕เป็นที่มาของประสบการณ์
คศ.๑๒๐๐ -ยุคเรเนสซองเป็นยุคที่เจริญสูงสุดในยุโรป
                -เด็กได้รับการยอมรับมากขึ้น
                -ศาสนามีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตเด็ก โบสถ์มีบทบาทในการจัดการศึกษา สวัสดิภาพให้กับเด็ก(คล้ายการศึกษาในยุคแรกๆของไทย)
                -เด็กชนชั้นสูงเท่านั้นที่ได้รับการศึกษา
                -ผู้ใหญ่มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อเด็กมองเด็กว่าไม่มีคุณค่า(Who sees a child sees notting)
                -เด็กจะถูกผู้ใหญ่ใช้งานเมื่อเห็นว่าเหมาะสม
                -บรรยากาศในโรงเรียนเป็นไปอย่างเข้มงวด
อิทธิพลจากฝรั่งเศส
                - มีการบันทึกพัฒนาการเด็กเป็นครั้งแรกโดยหมอซองค์(บันทึกพัฒนาการของพระเจ้าหลุยที่ ๑๘)
                -การทำงานเป็นหลักของชีวิต การเล่นเป็นกิจกรรมของเด็ก     -
John Amos Comunius (คศ.๑๕๙๒-๑๖๗๐)(พศ.๒๑๓๔-๒๒๑๔)
                -เกิดแนวคิดทางนวัตกรรมสำหรับเด็ก ทำรูปภาพประกอบหนังสือสำหรับเด็ก เล่มแรก
                -ตั้งโรงเรียนที่บ้าน ให้แม่ทำหน้าที่สอน (The mother’s school)
 





 
 

โรงเรียนดีประจำตำบล

เขียนโดย: นายวรวิทย์ บุญหนัก ใน การศึกษา

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

นายวรวิทย์  บุญหนัก

สวัสดีเพื่อนเรือจ้างทุกท่าน
            ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเพื่อนพ้อง น้อง พี่ ผู้บริหารมืออาชีพทุกท่านของบุรีรัย์เขต๑ ที่สนับสนุนให้โรงเรียนรวมมิตรวิทยา เป็นโรงเรียนต้นแบบโรงเรียนดีประจำตำบล ด้วยปณิธานและความสามารถจะพยายามทำให้ดีที่สุด ขอนำภารกิจและอนาคตของโรงเรียนดีประจำตำบลมาเล่าสู่ฟัง
           ภาพความสำเร็จ นักเรียนต้องมีผลสัมฤทธิ์ใน ๕ กลุ่มสาระหลักสูงกว่าระดับประเทศ นักเรียนต้องอ่านออก เขียนได้  คิดเลขเป็นทุกคน และต้องใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญต้องมีจิตอาสา
            ครูสอนโดยสื่อสาร  ICT สอนแบบโครงงานและสอนแบบแก้ปัญหา  ผู้บริหารต้องเป็นผู้นำทางวิชาการ มีความมุ่งมั่นในการพัฒนา
             งบประมาณ โรงเรียน  ๑๘๒ โรง ได้รับงบพื้นฐานโรงละ ๕ ล้าน เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมอาคารสถานที่ จัดซื้อสื่อ ครุภัณฑ์การศึกษา ปรับภูมิทัศน์ และศูนย์ฝึกอาชีพ งบพิเศษอีก ๑๕ ล้านได้คัดเลือกจากโรงเรียนที่มีความพร้อมและจำเป็นอีก ๕0 โรงเรียน  รวมมิตรวิทยาได้รับการจัดสรรเพิ่มพิเศษอีก โดยสร้างอาคารเรียน แบบสปช   ๑0๕/ ๒๙ จำนวน ๒ หลัง  ส้วม ๑ หลัง ศูนย์กีฬาแบบ ๑00/๒๗ จำนวน ๑ หลัง ลานกีฬา ๒ ที่ และสนามฟุตบอลแบบ ฟ.พิเศษ มีช่องวิ่ง ๘ ช่อง ส่วนสระว่ายนำ ต้องทำบันทึกความเข้าใจ(MOU) กับ อบต. 
                 ความพร้อมของโรงเรียนในปี ๕๓ ปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนใหม่โดยใช้แผนการเรียนรู้แบบบูรณาการทุกชั้นเรียน สอนแบบใช้โครงงาน     ทุกห้องเรียนปูกระเบื้อง ติดตั้งโปรเจกเตอร์ คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง อย่างสมบูรณ์แบบ ห้องเรียนอัจฉริยภาพติดแอร์เย็นสบายสำหรับติวเตอร์  นักเรียนตั้งแต่อนุบาล - มัธยมศึกษาทุกคน สวมรองเท้า ห่อข้าวมาเรียนทุกวันพร้อมมีรถรับส่งนักเรียนบ้านไกลจำนวน ๒ คัน    นักเรียนต้องรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษตลอดปีดังนี้ชั้นอนุบาล ๒00 คำ ,ป.๑- ๓   ๔๕0 คำ, ป.๔-๖   ๑,๒00 คำ, ม.๑-๓   ๔,000 คำ


หลักสูตร

เขียนโดย: Krai Prinram ใน การศึกษา

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

Krai Prinram

หลักสูตรที่.......(คนทำไม่ได้ใช้   คนใช้ไม่ได้ทำ)


เล่าสู่กันฟัง (Blog Kruwaeo)

เขียนโดย: แวววลี สิริวรจรรยาดี ใน การศึกษา

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

แวววลี  สิริวรจรรยาดี


ตาม ที่สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ได้คัดเลือกข้าพเจ้าเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาศักยภาพ บุคลากรและส่งเสริมการใช้ Social Media ในการจัดการเรียนรู้  ระหว่างวันที่  28  มีนาคม ถึง 2 เมษายน 2553  ณ โรงแรมแม็กซ์ พระราม 9 กรุงเทพมหานคร  นั้น

บัดนี้ ข้าพเจ้าได้เดินทางไปประชุมเชิงปฏิบัติการ ตามวัน เวลาและสถานที่ดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว  การประชุมในครั้งนี้ สพฐ.ได้ให้ความรู้ ดังนี้


หลักสูตรใหม่อีกแล้ว

เขียนโดย: APIPANSA ใน การศึกษา

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

APIPANSA

สอนมานานมากแล้ว  ตั้งแต่หลักสูตรก่อนปี 21  จนถึงปัจจุบัน  มีข้อแตกต่างให้เห็นมากมาย  ไม่อยากพูดถึงหลักสูตรใหม่  ไม่อยากเปรียบเทียบกับหลักสูตรเก่า   หลักสูตรไหนจะ RUN  ไม่  RUN  อยู่ที่คนใช้คือครู  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม  ผู้ที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ของเด็กก็คือ  ครู   และโรงเรียนที่ประสบผลสำเร็จอย่างสูง  ต้องมีหัวหน้าสถานศึกษาที่มีไฟเท่านั้น  จึงจะนำพาทั้งครูและนักเรียนไปถึงฝั่งได้สำเร็จอย่างงดงาม  ดังนั้นจึงขอให้ครูทุกคนสังวรไว้

                                               มองไปเบื้องหน้า     ใกล้ถึงทางตัน
                                               มองไปเบื้องหลัง     หนทางผ่านมา
                                               บ้างหน้ายิ้มร่า          บ้างนำนองตา
                                               อยากกลับไปหา      อยากเช็ดนำตา  
                                               แต่หมดเวลา            พุทธะพุธโธ
                                               นะโมตัสสะ               ขอเพียงพรพระ       
                                               คุ้มครองคุ้มครอง     คุ้มครองคุ้มครอง(นักเรียน)


นายชินภัทร ภูมิรัตน์ความเป็นมา

            สืบเนื่องจากนโยบายด้านสังคมและคุณภาพชีวิต  ตามแผนบริหารราชการแผ่นดิน  ปีงบประมาณ 2551-2554  ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในเรื่องเกี่ยวกับการใช้หลักประกันขั้นพื้นฐานของบริการสาธารณะภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ  การพัฒนาคนและสังคมให้มีคุณภาพ  การมีสภาพแวดล้อมที่นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี  มีความมั่นคงในชีวิต  และประชาชนมีความสุข  ได้กำหนดให้มีนโยบายการศึกษา  10  ประการ  ดังนี้

              1.    ยกระดับคุณภาพการศึกษาของคนไทยอย่างมีบูรณาการและสอดคล้องกันตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษาทั้งในและนอกระบบการศึกษา

              2.    การเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต

              3.    พัฒนาหลักสูตรปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูให้มีคุณภาพและคุณธรรมอย่างทั่วถึง  ต่อเนื่อง  และก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์


การศึกษาขั้นพื้นฐาน

เขียนโดย: Administrator ใน การศึกษา

คำที่เกี่ยวข้องใน: การศึกษาขั้นพื้นฐาน

Administrator

[video:http://www.youtube.com/watch?v=oTefDnUEe1w&feature=related 480x385]

ความหมายของการศึกษาพื้นฐาน

คำว่า ?การศึกษาพื้นฐาน? (Basic Education) เป็นคำที่มีความหมายหลากหลาย ในสหรัฐอเมริกา การศึกษาพื้นฐานหมายถึง ?การสอนให้มีทักษะในการสื่อสาร คิดคำนวณ และเข้าสังคม เพื่อให้บุคคลสามารถอ่านออกเขียนได้ คิดคำนวณเป็น สามารถค้นคว้าหาความรู้ต่อไปได้ รู้จักโลกแห่งการงาน หน่วยสวัสดิการสังคม ทำงานกับนายจ้างได้ รู้จักการบริโภคที่เหมาะสม รู้จักการปรับปรุงสุขภาพ? (Cartwright, 1970: 407) ตามความหมายนี้มุ่งถึงการศึกษาเบื้องต้นเป็นสำคัญ องค์การยูเนสโก ซึ่งเป็นศูนย์รวมของนานาชาติในด้านการศึกษา ได้ให้คำนิยามการศึกษาพื้นฐานไว้ว่า

?การศึกษาสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ให้มีโอกาสได้เรียนความรู้ทั่วไปที่เป็นประโยชน์แก่ชีวิต ปลูกฝังให้เกิดความอยากเรียนอยากรู้ มีทักษะในการเรียนด้วยตนเอง รู้จักถาม สังเกต วิเคราะห์ ตระหนักว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน มีความรับผิดชอบต่อตนเอง และผู้อื่น? (Edgar Faure, 1972: 162)


การพัฒนาครูทั้งระบบ

เขียนโดย: Administrator ใน การศึกษา

คำที่เกี่ยวข้องใน: Untagged 

Administrator

                 เมื่อวันที่ 7 เมษายน  2553  ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปสอบกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและคณิตศาสตร์ ที่โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม   ช่วงเช้าเป็นภาษาไทย  60 ข้อ  สำหรับบางท่านที่สอนเป็นประจำ(หมายถึงประจำวิชานะครับ) หรือจบเอกภาษาไทย ก็น่าจะผ่านไปได้ด้วยดี  แต่สำหรับบางท่านที่สอบครบทั้ง 8 กลุ่มสาระ และไม่ได้จบเอกภาษาไทยมาด้วย ก็ลำบากหน่อย  ก็คงต้องใช้ความรู้เดิมเข้าช่วย  ท่ามกลางอากาศที่ร้อนสมองมันก็ไม่ค่อยแล่นสักเท่าไหร่   ภาษาไทยซึ่งภาษาประจำชาติของเราทำไมมันยากอย่างนี้ พยัญชนะ 44 ตัวยังเรียงไม่ค่อยจะถูกเลย(เอาตามหลักพจนานุกรม) อันไหนจะหลักภาษา การใช้ภาษา  คำชนิดต่างๆ มาตราตัวสะกด คำเป็นคำตาย โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน สุภาษิต คำพังเพย โอ้ยจิปาถะ จารนัยไม่หมด(ไม่รู้เขียนถูกหรือเปล่า/หรือปล่าว)  หลังจากสอบภาษาไทยเสร็จแล้วคณิตศาสตร์ก็ตามมา  80 ข้อซะด้วย  ความรู้แค่ครู ป.4 บางสิ่งบางอย่างกลับคืนสู่อาจารย์คนสอนหมดแต่ก็พยายามทำอย่างสุดความสามารถ  บางข้อไม่ได้ก็อาศัยทางเทคนิคทางเกษตรช่วยบ้าง  อีกไม่นานก็คงได้รู้ว่าหมู่หรือจ่า สงสัยจะต้องได้พัฒนาอีกรอบ (สาธุอย่าเป็นอย่างนั้นเลย)


พระราชดำริที่สำคัญเกี่ยวกับการศึกษา

เขียนโดย: Administrator ใน การศึกษา

คำที่เกี่ยวข้องใน: พระราชดำริ

Administrator

ตลอดรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์พระราชทานแนวพระราชดำริด้านการศึกษาให้แก่นักการศึกษา สถาบันการศึกษา ส่วนราชการ ภาคเอกชน ตลอดจนบุคคลกลุ่มต่างๆอย่างกว้างขวางและสม่ำเสมอ สาระของพระราชดำริที่ปรากฏเป็นเอกสารครอบคลุมเนื้อหาที่กว้างขวางและลึกซึ้ง สมควรที่พสกนิกรทั้งปวงจะได้พยายามศึกษาให้ถึงแก่นแท้แห่งสาระของพระราชดำริเพื่อจะได้น้อมนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สมดังพระราชปณิธานที่ได้พระราชทานแนวพระราชดำริไว้ให้เป็นสมบัติของประชาชนและประเทศชาติตลอดไป


3
ถัดไป
สุดท้าย

Site Login